ฉนวนใยแก้วอาจสร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง
ของผู้ที่สัมผัสฉนวนใยแก้วโดยตรงซึ่งการระคาย
เคืองผิวหนังนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผิวหนังชั้นนอกถูกทิ่ม
ตำ โดยเส้นใยแก้วแต่อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มัก
จะเกิดแก่ช่างหรือคนงาน ที่สัมผัสใยแก้วโดยตรง
คือ วัสดุป้องกันความร้อน และดูดซับเสียง ผลิตจาก การหลอมแก้วด้วยอุณหภูมิสูงถึง 1,200 C จนกลายเป็นน้ำแก้ว แล้วปั่น ออกมาเป็นเส้นใย โดยพ่นกาวให้เส้นใยยึดเกาะกัน ซึ่งทำให้เกิดโพรง อากาศมากมายอยู่ด้านใน โดยวัตถุดิบที่ ฉนวนกันความร้อนตราช้าง นำ มาใช้จะเป็นวัตถุประเภทเศษแก้ว, เศษกระจกใส ซึ่งเป็นการนำทรัพยากร เหลือใช้ มาหมุน เวียนใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

วัสดุที่เป็นฉนวนกันความร้อนทุกชนิดทำงานบนหลักการที่ว่า "ความร้อนเคลื่อนที่จากอุณหภูมิสูง ไปยังอุณหภูมิที่ต่ำกว่า" ฉนวนใยแก้วจะทำหน้าที่ชลอการเคลื่อนที่ของความร้อนนี้โดยโพรงอากาศมากมายที่อยู่ด้านใน ซึ่งโพรงอากาศเหล่า นี้เป็นโพรงอากาศที่หยุดนิ่ง ทำให้อากาศร้อนเคลื่อนที่ผ่านโมเลกุลที่หยุดนิ่งได้ยาก จึงทำให้ความร้อน ส่งผ่านฉนวนใยแก้ว ไปได้ยากเช่นเดียวกัน และหากฉนวนใยแก้วมีความหนามากขึ้น ก็ส่งผลให้จำนวนโพรงอากาศ ในฉนวนใยแก้วมีจำนวนมาก ดังนั้นคุณสมบัติการกันความร้อนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

จากการศึกษาวิจัยพบว่า วัสดุที่จะผ่านเข้าไปในระบบโพรงอากาศชั้นใน และก่อให้เกิดมะเร็งได้นั้นจะต้องมี เส้นผ่านศูนย์กลาง ที่เล็กว่า 3 ไมครอน ซึ่งวัสดุฉนวนใยแก้วมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-7 ไมครอน ซึ่งมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถหลุด เข้าไปในโพรงอากาศขั้นในของมนุษย์ได้ นอกจากนี้วัสดุประเภทฉนวนใยแก้ว เมื่อมีการแตกหักก็จะแตกหักตามขวาง ไม่แตกปลายเหมือนวัสดุประเภท Asbestos จึงทำให้ไม่ยึดเกาะกับอวัยวะ ใดๆสามารถขับถ่ายโดยการจามออกได้
ภาพขยายลักษณะการแตกตัวของฉนวนใยแก้วซึ่งการ
แตกตัวจะแตกตามขวางซึ่งยังคงมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
ภาพขยายลักษณะการแตกตัวของ
Asbestosซึ่งจะแตกตัวเป็นราก
ต้นไม้ทำให้มีขนาดเล็กจนสามารถ
เข้าไปในโพรงอากาศขั้นในได้
ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด
ก่อนการติดตั้งและเมื่อมีใยแก้วติดที่ผิวหนังอย่าถู
หรือเกาให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนหลังจาก
นั้นทาผิวหนังด้วยครีมหรือโลชั่น